กอช. ตัวช่วยออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณของ “อาชีพอิสระ”

คนที่มีอาชีพอิสระหากเข้าสู่วัยเกษียณ โดยเฉพาะลูกจ้างตามมาตรา 40 ของระบบประกันสังคม จะมีเงินเพียงพอสำหรับใช้ดำรงชีพหลังเกษียณหรือหยุดทำงานได้อย่างไร หากไม่ใช่คนที่รับราชการหรือทำงานประจำทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน จะมีช่องทางใดบ้างที่จะสามารถออมเงินไว้ล่วงหน้าก่อนการเกษียณได้ มาดูกันว่าตัวช่วยนั้นมีอะไรบ้าง

Link ที่เกี่ยวข้อง

ประกันสังคม

กอช. คืออะไร?

กอช. มีชื่อเต็มว่า กองทุนการออมแห่งชาติ คือ กองทุนที่ส่งเสริมการวางแผนการเงินระยะยาวของคนทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ทำหน้าที่คล้ายกับกองทุนชราภาพประกันสังคม แต่เป็นกองทุนที่การันตีเงินบำนาญให้กับสมาชิกที่ทำงานฟรีแลนซ์ และไม่อยู่ในระบบสวัสดิการอื่นของรัฐโดยเฉพาะ นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถเลือกออมได้เองตามความสมัครใจ เมื่ออายุครบ 60 ปี ก็จะได้รับเงินในรูปแบบบำนาญรายเดือนเท่านั้น

ใครสมัครเป็นสมาชิก กอช. ได้บ้าง?

ผู้ที่สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ได้นั้นคือ บุคคลที่มีสัญชาติไทย อายุระหว่าง 15 –60 ปีเท่านั้น นั่นหมายความว่า แม้จะเป็นนักเรียน นักศึกษาก็สามารถเป็นสมาชิกและออมกับ กอช. ได้

คุณสมบัติที่สมัคร กอช. ได้

ผู้ที่ต้องการสมัครเป็นสมาชิก กอช. ได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย
  2. อายุ 15-60ปี
  3. ไม่เป็นผู้ประกันตนประกันสังคม
  4. ไม่ประกอบอาชีพรับราชการ
  5. ไม่เป็นสมาชิก กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  6. ประกอบอาชีพอิสระ ไม่มีนายจ้าง หรือ ไม่มีอาชีพประจำ
  7. สามารถจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน ขั้นต่ำ 50บาท/เดือน
    หรือสูงสุดไม่เกิน 13,200 บาทต่อปี

ช่องทางการสมัคร และจุดบริการ

ผู้สนใจสมัครผ่านแอปพลิเคชั่น “กอช.” หรือสมัครด้วยตัวเองที่จุดบริการใกล้บ้าน

  • ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ
  • สำนักงานคลังจังหวัด
  • สถาบันการเงินชุมชน
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
  • (ธ.ก.ส.) ทุกสาขา
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส
  • ห้างโลตัส
  • บิ๊กซี
  • ตู้บุญเติม
  • เครือข่ายรับสมัครทั่วประเทศ

การใช้งาน กอช. ผ่านแอปฯ

สมาชิกสามารถใช้งาน กอช. ผ่านแอปฯ เพื่อเข้าถึงบริการแบบครบวงจร เช่น ตรวจสอบสิทธิก่อนสมัคร การสมัครสมาชิก การคำนวณบำนาญของตัวเองหรือผู้อื่น ดูข้อมูลข่าวสารโปรโมชั่นพิเศษ เช็กบัญชี มีขั้นตอนดังนี้
  1. โหลดแอปพลิเคชัน กอช.
  2. เลือกเมนูที่ต้องการ เช่น คำนวณยอดเงินบำนาญ สิทธิประโยชน์ของสมาชิก เช็กยอดเงินในบัญชี ยอดเงินออมสะสม และข้อมูลของสมาชิกได้

หลักเกณฑ์การจ่ายเงินสมทบ

การจ่ายเงินสมทบของกองทุนการออมแห่งชาติหรือ กอช. นั้น รัฐบาลจะสมทบตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคมของปีที่สมาชิกออมเงิน โดยแบ่งตามช่วงอายุ

  • อายุ 15 -30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออมแต่ละครั้ง รวมทั้งปีไม่เกิน 600 บาท
  • อายุเกินกว่า 30 -50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออมแต่ละครั้ง รวมทั้งปีไม่เกิน 960 บาท
  • ช่วงอายุเกินกว่า 50 -60 ปี รัฐจะสมทบให้ 100% ของเงินออมแต่ละครั้ง รวมทั้งปีไม่เกิน 1,200 บาท

สมาชิกส่งเงินเข้า กอช. ได้เดือนละกี่ครั้ง

สมาชิก กอช. ส่งเงินออมได้เดือนละ 1 ครั้งเท่านั้นในแต่ละปี (มกราคม.-ธันวาคม.) และส่งเงินออมได้ขั้นต่ำครั้งละ 50 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 13,200 บาท โดยสมาชิกไม่จำเป็นต้องส่งเงินออมทุกเดือน และยอดเงินที่ออมก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกครั้งที่ส่ง

วิธีคำนวณยอดเงินสมทบ กอช.

การคำนวณยอดเงินสมทบหรือบำนาญ สามารถเข้าแอปพลิเคชันของ กอช. แล้วกดตรงเมนูคำนวณเงินสมทบหรือเงินบำนาญได้เลย โดยกรอกข้อมูลอายุที่เริ่มสะสมเงิน จำนวนเงินที่สะสม ใส่ข้อมูลแล้วจะมีผลการคำนวณว่าเราจะได้เงินบำนาญรายเดือนจำนวนเท่าไหร่ หรือใช้บริการของแอปฯทั้งหมดผ่านระบบ E-Service ในเว็บไซต์ กอช.

ข้อดี-ข้อเสีย ของ กอช.

การออมเงินกับ กอช. น่าจะมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย
  • ข้อดี เป็นการออมที่มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน เพราะไม่จำเป็นต้องออมทุกเดือน ถ้าเดือนไหนมีเงินน้อยก็ออมน้อยได้ หรือถ้าเดือนไหนมีมากก็ออมมาก เริ่มต้นออมเพียง 50 บาทสูงสุดปีละไม่เกิน 13,200 บาท นอกจากนั้นการออมเงินกับ กอช. ถือเป็นสวัสดิการเงินเกษียณที่การันตีผลตอบแทนขั้นต่ำให้ หรือผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนของ 7 ธนาคารใหญ่เฉลี่ยกัน
  • ข้อเสีย ความเสี่ยงจากมูลค่าของเงิน (เงินเฟ้อ) ในอนาคต เพราะถ้าเงินเฟ้อสูงมากเป็นเวลานาน ๆ อาจไม่คุ้มกับการออมเงินในลักษณะนี้ รวมถึงความเสี่ยงที่กองทุนนำเงินออมไปลงทุนอะไร เช่น ตราสารหนี้ กองทุน หรือ หุ้น เพราะผลตอบแทนที่ได้รับอาจติดลบได้ถ้าภาวะตลาดตอนนั้นตกต่ำ

ออมเงินกับ กอช. ดียังไง?

คนที่ประกอบอาชีพอิสระโดยไม่อยู่ในระบบสวัสดิการบำเหน็จบำนาญของรัฐหรือเอกชนนั้น การออมเงินกับ กอช. ก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เพราะเป็นการออมแบบที่ให้สิทธิ์ผู้มีอาชีพอิสระได้ออมเงินเพื่อรับเงินสมทบจากภาครัฐสูงสุด 100% และถ้าออมเงินจนถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ก็จะได้รับเงินคืนในรูปแบบเงินบำนาญไว้ใช้สูงสุด 7,200 บาทต่อเดือน ดังนั้นคนที่มีอายุ 15-60 ปี มีอาชีพอิสระหรือเป็นแรงงานนอกระบบ ต้องการสร้างความมั่นใจว่ามีเงินบำนาญไว้ใช้ยามเกษียณแน่นอน การออมเงินกับ กอช. ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด

ออมอย่างไรให้ได้บำนาญตลอดชีพ

เมื่อสมาชิก กอช. ส่งเงินออมสะสมกับ กอช. นอกจากจะได้รับเงินสมทบจากภาครัฐสูงสุด 100% ตามช่วงอายุแล้ว ยังจะได้รับผลตอบแทนจากการนำเงินไปลงทุนอีกด้วย และเมื่อสมาชิกอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ จะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญตลอดชีพเพื่อสร้างความมั่นคงในวัยเกษียณ และหากต้องการเงินบำนาญตลอดชีพ ควรเริ่มวางแผนการออมเงินตั้งแต่วันนี้เพื่อให้ได้บำนาญเดือนละไม่น้อยกว่า 600 บาท หรือหากออมเงินเพิ่มขึ้นก็จะมีโอกาสรับเงินบำนาญสูงสุดถึงเดือนละกว่า 7,000 บาท

รัฐสมทบสมาชิก กอช. เดือนละเท่าไหร่?

การจ่ายเงินสมทบของภาครัฐให้แก่สมาชิก กอช. แต่ละเดือนนั้น กอช. ได้กำหนดไว้เป็นช่วงอายุ
  • ช่วงอายุ 15-30 ปี รัฐสมทบ 50% ของเงินออมที่สมาชิกสะสม เช่น สมาชิกออมเดือนละ 50 บาท รัฐก็จะสมทบให้อีกเดือนละ 25 บาท
  • ช่วงอายุ 30-50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออมที่สมาชิกสะสม เช่น สมาชิกออมเดือนละ 100 บาท รัฐสมทบให้อีก 80 บาทต่อเดือน
  • ช่วงอายุ 50-60 ปี รัฐสมทบให้ 100%ของเงินออมสมาชิก เช่น สมาชิกออมเดือนละ 100 บาท รัฐสมทบให้อีกเดือนละ 100 บาท

ผลประโยชน์ที่ได้จาก กอช.

ผู้ที่เป็นสมาชิก กอช. จะได้รับสิทธิประโยชน์หลัก ๆ 3 ข้อ คือ
  1. นอกเหนือจากได้รับเงินสมทบจากรัฐบาลสูงสุด 100% แล้ว ยังได้ผลประโยชน์เงินบำนาญตลอดชีพ สูงสุด 7,000 บาทแม้จะมีอาชีพอิสระ
  2. เงินออมได้รับคุ้มครอง และค้ำประกันผลตอบแทนการลงทุนจนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
  3. เงินออมสะสมของสมาชิกสามารถลดหย่อนภาษีได้

เช็กยอดเงิน กอช. ยังไงได้บ้าง?

สมาชิกสามารถเช็คยอดเงินและสิทธิประโยชน์ บัญชีของสมาชิกได้หลายช่องทาง เช่น แอปฯ กอช. ผ่านระบบ E-Service ในเว็บไซต์กองทุนการออมแห่งชาติ สแกน QR Code หรือสอบถามได้ที่สายด่วนเงินออม 02-490-9000 ผ่านช่องทางไลน์ของ กอช. @nsf.th และเฟซบุ๊ก กอช.

การรับเงินคืนของสมาชิก กอช.

สมาชิกจะได้รับเงินคืนเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ โดยก่อนสมาชิกอายุครบ 60 ปี กอช. จะแจ้งล่วงหน้า 3 เดือนให้เลือกวิธีรับเงิน 2 รูปแบบคือ โอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือ ธนาณัติ โดยเงินที่สมาชิกจะได้รับมี 4 ส่วน ได้แก่ เงินออมสะสมของสมาชิก เงินสมทบจากรัฐ ผลประโยชน์ของเงินสะสมที่นำไปลงทุน และผลประโยชน์ของเงินสมทบที่นำไปลงทุน โดยจ่ายเป็นเงินบำนาญรายเดือน จำนวนที่ได้รับขึ้นอยู่กับยอดเงินออมและผลตอบแทนการลงทุนในวันที่คำนวณ หรือ กรณีสมาชิกเสียชีวิตก่อนหรือหลังอายุ 60 ปี กอช. จะจ่ายคืนให้ผู้รับผลประโยชน์เป็นเงินก้อนครั้งเดียว

กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ถือเป็นช่องทางการเก็บเงินของคนที่มีอาชีพอิสระ ไม่ได้เป็นข้าราชการหรือทำงานประจำกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชน และเป็นทางเลือกหรือแหล่งสร้างรายได้ก่อนการเกษียณของคนที่มีอาชีพอิสระเพื่อเก็บไว้ใช้ในหลังเกษียณการทำงาน ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายหรือเป็นเงินทุนอย่างอื่นในอนาคตได้

Link ที่เกี่ยวข้อง

คุณให้คะแนนบทความนี้เท่าไหร่

Sending

ขอบคุณสำหรับคะแนน
ต้องการแนะนำเพิ่มเติมหรือไม่ ?

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ

แชร์ข้อมูลหรือคำแนะนำเพิ่มเติม ?

ความเห็นของคุณสำคัญกับเรา เพื่อปรับปรุงคุณภาพบทความ ให้มีประโยชน์กับทุกๆคนมากขึ้น
Sending

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สพร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สพร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สพร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ สพร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สพร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ สพร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สพร. จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ สพร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ สพร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า