ตรวจสอบยอดเงินกบข

การขอรับเงิน กบข. ทำได้เมื่อไหร่ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

ข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือ กบข. จะได้รับเงินคืนเมื่อไหร่ มีเงื่อนไขอย่างไร แบบไหนถือว่าพ้นสภาพสมาชิก รวมถึงกรณีเสียชีวิตก่อนเกษียณจะได้เงินชดเชยจากกองทุน กบข. จำนวนเท่าไหร่ และมีช่องทางรับเงินทางไหนบ้าง มีคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้

Link ที่เกี่ยวข้อง

ทางรัฐ_Logo

สมาชิกรับเงิน กบข.ได้เมื่อไหร่?

สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. จะได้รับเงินภายใน 30 วันหลังจากสิ้นสุดการเป็นสมาชิก หรือหลังวันสุดท้ายของการทำงาน โดย กบข. จะจ่ายเงินให้กับสมาชิกที่มีสิทธิรับเงิน เว้นแต่สมาชิกที่เป็นลูกหนี้คดีล้มละลาย กบข. จะจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ หรือถ้าเป็นลูกหนี้ในคดีแผนกเยาวชนและครอบครัว กบข. จะจ่ายเงินตามคำสั่งศาลเท่านั้น

แบบใดบ้างที่หมายถึงพ้นสภาพสมาชิก​

ปัจจัยที่ทำให้ต้องสิ้นสุดสมาชิกสภาพ กบข. นั้นมาจากสาเหตุต่าง ๆ ได้แก่

  • ลาออกเอง
  • ให้ออกตามเงื่อนไข
    • ถูกคำสั่งให้ออก
    • ไล่ออก
    • ปลดออก
    • เกษียณอายุ
  • ทุพพลภาพ หรือตำแหน่งถูกทดแทน
  • เสียชีวิต
    • เสียชีวิตปกติ
    • เสียชีวิตจากความผิดร้ายแรง (ถูกลงโทษ)
    • เสียชีวิตก่อนได้รับบำนาญ
  • ออกรับเบี้ยหวัด ซึ่งเป็นสิทธิเฉพาะสมาชิกที่เป็นข้าราชการทหารปลดประจำการ

ส่วนกรณีพ้นสภาพสมาชิกด้วยการเกษียณอายุ สมาชิกสามารถยื่นเรื่องขอรับเงินได้ล่วงหน้า 8 เดือน โดย กบข. จะจ่ายเงินคืนให้เมื่อถึงวันพ้นสภาพ (1 ต.ค.ของปีที่เกษียณอายุ)

เงินกองทุน กบข.มีอะไรบ้าง?

เงินกองทุน กบข. ประกอบด้วยเงินจาก 5 ประเภท ซึ่งสมาชิกจะได้รับผลประโยชน์ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสถานะที่สมาชิกเลือก

  1. เงินสะสม เป็นเงินที่สมาชิกเลือกสะสมจากเงินเดือนทุกเดือนเข้ากองทุน กบข. แบบอัตโนมัติ ขั้นต่ำ 3% ของเงินเดือน แต่ถ้าอยากออมเงินเพิ่มสามารถให้หักเงินเดือนมากกว่า 3% ได้แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินเดือน
  2. เงินสมทบ คือ เงินที่รัฐสมทบให้สมาชิก 3% ของเงินเดือนทุกเดือนเช่นกัน โดยรัฐจะไม่มีการเพิ่มเงินสมทบเหมือนกรณีเงินสะสมที่สามารถเพิ่มอัตราเงินสะสมได้
  3. เงินประเดิม คือ เงินที่รัฐจ่ายให้เฉพาะสมาชิกที่รับราชการก่อนวันที่ 27 มี.ค.2540 โดย กบข.จะจ่ายเงินก้อนนี้เมื่อสมาชิกพ้นสภาพและเลือกรับเป็นบำนาญเท่านั้น
  4. เงินชดเชย คือ เงินที่รัฐให้สมาชิกชดเชยสูตรบำนาญที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นอัตรา 2% ของเงินเดือนสมาชิกทุกเดือน โดย กบข. จะจ่ายเมื่อสมาชิกพ้นสภาพและเลือกรับบำนาญ
  5. ผลประโยชน์จากเงินกองทุน คือ ผลตอบแทนหรือดอกผลสูงสุดที่ กบข. นำเงินสมาชิกไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และเงินฝากธนาคารเป็นต้น

เช็กยอดเงิน กบข.ได้อย่างไรบ้าง?

สมาชิกปัจจุบันหรือสมาชิกที่พ้นสภาพสามารถเช็กยอดเงิน กบข. ได้อย่างไรบ้างมาดูกันเลย

การเช็กยอดเงิน กบข.

สมาชิกสามารถใช้บริการตรวจสอบยอดเงิน กบข. ทั้งยอดเงินสะสม หรือ ยอดเงินปัจจุบันได้ทั้งหมด 4 ช่องทาง ได้แก่

  1. แอปพลิเคชัน My GPF
  2. เว็บไซต์ gpf.or.th
  3. Line @gpfcommunity
  4. Contact Center โทร 1179

นอกจากนี้ ยังสามารถดูจากใบแจ้งยอด และผ่านบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทย (ต้องใช้ที่ตู้เอทีเอ็มของ ธนาคารกรุงไทย เท่านั้น) ได้ด้วย

วิธีคำนวณยอดเงิน กบข. เมื่อเกษียณ/พ้นสภาพ ทำอย่างไร?

เมื่อข้าราชการที่เป็นสมาชิกกบข.เกษียณอายุ มีสิทธิได้รับเงินจาก 2 ทางคือ เลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ จากกรมบัญชีกลาง และรับเงินออมจาก กบข.

กรมบัญชีกลาง + กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

1. กรณีรับบำเหน็จ คำนวณจากเงินเดือนเดือนสุดท้าย แล้วนำมารวมกับเงินออม กบข. ได้แก่ เงินสะสม เงินออมเพิ่ม (ถ้ามี) และเงินสมทบ (+ดอกผล) โดยใช้สูตรการคำนวณ ดังนี้
เงินบำเหน็จ กรมบัญกลาง  เงินออม กองทุน กบข.
เงินเดือน
เดือนสุดท้าย
xเวลาราชการ
(รวมวันทวีคูณ*)
+เงินสะสม
(+ดอกผล)
+เงินออมเพิ่ม
(+ดอกผล)

(ถ้ามี)
+เงินสมทบ
(+ดอกผล)
* วันทวีคูณ คือ เวลาราชการชนิดหนึ่ง ซึ่งได้มาจากการไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยวันที่ได้สามารถนำไปรวมกับเวลาราชการปกติให้เพิ่มทวีคูณขึ้น เพื่อใช้คำนวณเงิน เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จบำนาญ
* ดอกผล คือ ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือผลประโยชน์อื่น ๆ ที่งอกเงยขึ้นจากเงินต้น
ตัวอย่าง การคำนวณรับบำเหน็จ
นาง A ทำงานมีอายุราชการ 30 ปี ได้รับเงินเดือน เดือนสุดท้าย 40,000 บาท เมื่อเกษียณอายุจะได้รับเงินจากกองทุน กบข. โดยคำนวณตามสูตร
เงินเดือนสุดท้ายXเวลาราชการ=เงินบำเหน็จ
40,000301,200,000

จากนั้น ให้นำเงินบำเหน็จที่ได้ มารวมกับ เงินออมที่ได้จากกองทุน กบข. ก็จะเป็นจำนวนเงินที่จะได้รับเมื่อเกษียณ

2. กรณีรับบำนาญ คำนวณจากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (แต่บำนาญต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย) แล้วนำมารวมกับเงินออม กบข. ได้แก่ เงินสะสม(ดอกผล)  เงินออมเพิ่ม (ถ้ามี) เงินสมทบ เงินประเดิม (เฉพาะสมาชิกก่อน 27 มี.ค.2540) และเงินชดเชย (เฉพาะคนที่ลือกรับบำนาญ) โดยใช้สูตรการคำนวณ ดังนี้

เงินบำเหน็จ กรมบัญกลาง เงินออม กองทุน กบข.
เงินเดือนเฉลี่ย
60 เดือนสุดท้าย
Xเวลาราชการ
(รวมวันทวีคูณ*)
+เงินสะสม
(+ดอกผล)
+เงินออมเพิ่ม
(+ดอกผล)
(ถ้ามี)
+เงินสมทบ
(+ดอกผล)
+เงินประเดิม
(+ดอกผล)
+เงินชดเชย
(+ดอกผล)
หารด้วย 50

* วันทวีคูณ คือ เวลาราชการชนิดหนึ่ง ซึ่งได้มาจากการไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยวันที่ได้สามารถนำไปรวมกับเวลาราชการปกติให้เพิ่มทวีคูณขึ้น เพื่อใช้คำนวณเงิน เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จบำนาญ

ตัวอย่าง การคำนวณรับบำนาญ
นาย B ทำงานมีอายุราชการ 25 ปี มีเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 30,000 บาท เมื่อเกษียณอายุจะได้รับเงินจากกองทุน กบข. โดยคำนวณตามสูตร
เงินเดือนเฉลี่ยXเวลาราชการ=เงินบำนาญ
30,0002515,000 / เดือน
หารด้วย 50

จากนั้น ให้นำเงินบำนาญที่ได้ มารวมกับ เงินออมที่ได้จากกองทุน กบข. ก็จะเป็นจำนวนเงินบำนาญที่จะได้รับในแต่ละเดือนเมื่อเกษียณ

จะรับเงิน กบข.ได้อย่างไร?

เมื่อพ้นสภาพสมาชิก ขอรับเงินแบบไหนได้บ้าง

สมาชิกที่พ้นสมาชิกภาพ สามารถเลือกวิธีขอรับเงินได้ ดังนี้

  1. ขอรับเงินเป็นก้อนครั้งเดียวทั้งหมด
  2. ขอย้ายโอนเงินสะสมจาก กบข. ไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเกษียณ หรือชราภาพ
  3. ฝากให้กองทุน กบข. ช่วยบริหารเงินต่อไป เพื่อหาผลประโยชน์เพิ่มเติม

เอกสารหลักฐาน “กรณีต่าง ๆ” สำหรับขอรับเงิน

กรณีพ้นสภาพสมาชิก
เมื่อสมาชิก กบข. พ้นสภาพสมาชิกสามารถไปยื่นขอรับเงินออมทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง โดยต้องมีเอกสารหลักฐานที่นำไปด้วยได้แก่

  • แบบฟอร์ม กบข. รง 008/1/2555 (ขอจาก กบข.)
  • สำเนาหนังสือ หรือ ประกาศออกจากราชการ
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร (กรณีเลือกโอนเงินเข้าบัญชี)
  • สำเนาแนบหนังสือสั่งจ่ายบำนาญ(กรณีรับบำนาญ )

กรณีสมาชิกเสียชีวิต ผู้จัดการมรดกเป็นผู้ยื่นแทน

  • แบบฟอร์ม กบข. รง 008/2/2562(ขอจาก กบข.)
  • สำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก
  • สำเนาใบมรณบัตร
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ของผู้จัดการมรดก (กรณีเลือกโอนเงิน)
  • เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)

กรณีสมาชิกเสียชีวิต ทายาทโดยธรรมเป็นผู้ยื่นแทน

ช่องทางการยื่นเอกสารขอรับเงินออมจาก กบข.

การขอรับเงินออม กบข. ของสมาชิกที่พ้นสภาพแล้ว สามารถยื่นขอรับเงินได้ 2 ช่องทาง คือ

  1. แจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-Filing
  2. แจ้งความประสงค์ผ่านต้นสังกัดของสมาชิก พร้อมกรอกแบบฟอร์ม กบข. รง 008/1/2555

โดย กบข. จะจ่ายเงินคืนให้สมาชิกได้ภายใน 7 วัน หลังจากได้รับเอกสารและตรวจสอบข้อมูลถูกต้อง โดยจะจ่ายเป็นเช็คขีดคร่อม ธนาณัติ หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารตามที่สมาชิกเลือกรับ

ทั้งนี้ ทุกครั้งที่ กบข. จ่ายเงินคืนจะมีการแจ้งข้อความทาง SMS ให้สมาชิกตามหมายเลขโทรศัพท์ของสมาชิกที่แจ้งไว้ หรือส่งจดหมายแจ้งการจ่ายเงินคืนให้สมาชิกหรือทายาท

ช่องทางขอรับเงิน มีกี่ช่องทาง?

การรับเงินออม กบข. ของสมาชิกที่พ้นสภาพแล้ว สามารถรับเงินได้ 2 ช่องทาง คือ 

  1. แจ้งความประสงค์ผ่านระบบ e-Filing  
  2. แจ้งความประสงค์ผ่านต้นสังกัดของสมาชิก พร้อมกรอกแบบฟอร์ม กบข.รง008/1/2555  

โดย กบข. จะจ่ายเงินคืนให้สมาชิกได้ภายใน 7 วัน หลังจากได้รับเอกสารและตรวจสอบข้อมูลถูกต้อง  และจ่ายเป็นเช็คขีดคร่อม ธนาณัติ หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารตามที่สมาชิกเลือกรับ

ทั้งนี้ ทุกครั้งนี้ที่  กบข. จ่ายเงินคืนจะมีการแจ้งข้อความทาง SMS ให้สมาชิกตามหมายเลขโทรศัพท์ของสมาชิกที่แจ้งไว้ หรือส่งจดหมายแจ้งการจ่ายเงินคืนให้สมาชิกหรือทายาท

หลังเกษียณอยากออมเงินต่อกับ กบข. ได้หรือไม่?

สมาชิกที่เกษียณอายุแล้ว สามารถออมเงินต่อได้ โดยแจ้งความประสงค์กับกองทุน กบข.ว่าจะออมเงินต่อตามแผนการลงทุนสุดท้ายที่สมาชิกเคยเลือกไว้ก่อนพ้นสภาพ โดยผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการออมเงินต่อสามารถเปลี่ยนไปตามผลดำเนินงานของ กบข. และภาวะเศรษฐกิจ โดยบริการออมต่อ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้สมาชิกที่ออกจากราชการมีโอกาสเลือกจัดการเงินโดยให้ กบข. ช่วยบริหารเงินต่อ หรือทยอยรับเงินใน 4 รูปแบบคือ

  1. ออมต่อทั้งจำนวน สมาชิกแจ้งให้กบข. บริหารเงินที่ได้รับหลังออกจากราชการทั้งก้อนหรือถ้าอยากใช้เงินก็แจ้งขอรับเงินคืนได้ แต่ต้องมียอดเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 35,000 บาท ณ วันที่แจ้งว่าจะออมต่อ
  2. ทยอยรับเงินเป็นงวด สมาชิกแจ้งขอทยอยรับเงินคืนเป็นงวด ๆ รายเดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือรายปี งวดละไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท และยังได้รับผลประโยชน์จากเงินส่วนที่ กบข. ยังบริหารให้อยู่ แต่ต้องมียอดเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 35,000 บาท
  3. สมาชิกรับเงินบางส่วนไปก่อน ส่วนที่เหลือให้ กบข.บริหารต่อ โดยสมาชิกต้องมีเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 35,000 บาท
  4. รับเงินบางส่วนและทยอยรับส่วนที่เหลือเป็นงวด ๆ รับเป็นรายเดือน 3 เดือน 6 เดือน และรายปี งวดละไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท โดยต้องมีเงินในบัญชีไม่ต่ำกว่า 35,000 บาท

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการออมเงินในรูแบบต่าง ๆ ได้ ที่นี่

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือ กบข. คือ การปรับระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการมาเป็นระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยเป็นแนวทางที่รัฐบาลส่งเสริมให้ข้าราชการออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ และให้ประโยชน์ตอบแทนแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ พร้อมทั้งจัดสรรสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ให้แก่สมาชิกอีกด้วย

Link ที่เกี่ยวข้อง

คุณให้คะแนนบทความนี้เท่าไหร่

Sending

ขอบคุณสำหรับคะแนน
ต้องการแนะนำเพิ่มเติมหรือไม่ ?

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ

แชร์ข้อมูลหรือคำแนะนำเพิ่มเติม ?

ความเห็นของคุณสำคัญกับเรา เพื่อปรับปรุงคุณภาพบทความ ให้มีประโยชน์กับทุกๆคนมากขึ้น
Sending

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สพร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สพร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สพร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ สพร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สพร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ สพร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สพร. จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ สพร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ สพร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า