ประกันสังคม

ตรวจสอบสิทธิ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท เงื่อนไขและขั้นตอนมีอะไรบ้าง

รู้หรือไม่ หากคลอดบุตรวันนี้รับทันที 600 บาท ผู้ปกครองหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินว่ารัฐบาลมีเงินให้เด็กแรกเกิด  แต่ใครมีสิทธิได้รับเงินนี้ ลงทะเบียนที่ไหน ทำได้เมื่อไหร่ รวมถึงขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นอย่างไร มาร่วมไขคำตอบไปพร้อมกันในบทความนี้ได้เลย

Link ที่เกี่ยวข้อง

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด คืออะไร?

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นหนึ่งในสวัสดิการที่รัฐช่วยแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ให้กับครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท/ปี เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยให้เด็กได้รับสิทธิด้านการอยู่รอดและการพัฒนาตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.) หน่วยงานที่ดูแลโครงการนี้ จะจ่ายเงินให้ผู้ปกครองเป็นจำนวน 600 บาททุกเดือน ลงทะเบียนครั้งเดียวก็ใช้สิทธิได้ ตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 6 ปี

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เหมือนหรือต่างจาก เงินสงเคราะห์บุตรของประกันสังคมอย่างไร?

เงินสงเคราะห์บุตรของ ประกันสังคม
เงินอุดหนุนบุตรของ พมจ.
ผู้ที่มีสิทธิ
  • ผู้ประกัน ม.33
  • ผู้ประกัน ม.33 ม. 39
  • ผู้ประกัน ม.33ม. 40 (ทางเลือกที่ 3)
  • ครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท / ปี
  • จำนวนเงินที่ได้รับ
  • 800 บาท (200 บาท สำหรับผู้ประกันตน ม. 40 / ทางเลือกที่3)
  • 600 บาท
  • หน่วยงานที่รับผิดชอบ
  • กองทุนประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  • จำนวนบุตร ที่ขอใช้สิทธิ / 1 ครั้ง
  • 3 คน/ครั้ง
  • ไม่จำกัด
  • ผู้ปกครองของเด็กที่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจาก “เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด” จำนวน 600 บาทแล้ว สามารถรับ “เงินสงเคราะห์บุตร” จำนวน 800 บาทได้อีก รวมเป็นเงิน 1,400 บาทต่อเดือน หากมีคุณสมบัติตรงตามที่หน่วยงานนั้น ๆ กำหนด

    คุณสมบัติของคนที่ได้รับสิทธิ

    คนที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด คือ “เด็กแรกเกิด” ที่มีสัญชาติไทย ซึ่งเกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป จนอายุครบ 6 ปี และต้องไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในการเลี้ยงดูบุตรจากหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน
    หากใครไม่แน่ใจว่าตนเองสามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้หรือไม่ สามารถเช็กคุณสมบัติได้ ดังนี้
    เด็กที่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือ 
    • มีสัญชาติไทย (พ่อแม่มีสัญชาติไทย หรือ พ่อหรือแม่มีสัญชาติไทย)
    • แรกเกิด – 6 ปี
    • อาศัยอยู่กับผู้ปกครอง
    ผู้ปกครองที่สามารถลงทะเบียน
    • มีสัญชาติไทย
    • เป็นบุคคลที่รับเด็กแรกเกิดไว้ในความอุปการะ
    • เด็กแรกเกิดต้องอาศัยรวมอยู่ด้วย
    • อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย คือ สมาชิกครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท /คน ต่อปี
    ทั้งนี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 หรือ 40 ก็สามารถลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุนบุตรได้ หากรายได้เฉลี่ยต่อปีไม่เกินเกณฑ์ และมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด

    แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าครอบครัวเรามีรายได้เฉลี่ยกี่บาทต่อปี เตรียมเครื่องคิดเลขให้พร้อม แล้วมาลองคำนวณตามวิธีด้านล่างได้เลย

    วิธีการคำนวณ

    รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน = รายได้รวมกันของสมาชิกครอบครัวเด็กแรกเกิด (÷) จำนวนสมาชิกครอบครัวเด็กแรกเกิด

    *จำนวนสมาชิกครอบครัวเด็กแรกเกิดที่นำไปคำนวณ ให้นับรวมเด็กแรกเกิดด้วย แต่ไม่นับรวมรายได้ของสมาชิกที่อาศัยอยู่ในครอบครัวน้อยกว่า 180 วัน / ปี และไม่นับรวมลูกจ้างที่เป็นสมาชิกของครัวเรือน

    แต่ก็ไม่ต้องรีบจนเกินไป สำหรับคุณแม่ที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ยังไม่ต้องมายื่นคําร้องขอลงทะเบียน รอให้คลอดเสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมาลงทะเบียน ส่วนผู้ปกครองท่านใดที่อ่านคุณสมบัติที่กล่าวไปข้างต้นแล้วยังไม่มั่นใจว่าเข้าข่ายได้จะรับเงินหรือไม่ สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์โครงการเงินอุดหนุนฯเพิ่มเติมได้ จะได้มั่นใจว่าไม่พลาดสิทธิ

    พร้อมแล้วก็ลงทะเบียนไว้ จะมาขอสิทธิย้อนหลังไม่ได้

    ผู้ปกครองสามารถไปลงทะเบียนได้ทุกเมื่อ หลังจากเช็กคุณสมบัติของตัวเองและลูกแล้วผ่านเกณฑ์ทุกข้อ ก็เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อจะได้ไปลงทะเบียนที่จุดบริการตามพื้นที่ที่เด็กแรกเกิดและผู้ปกครองอาศัยอยู่กันได้เลย

    สำหรับผู้ลงทะเบียนรายใหม่ ที่มายื่นขอรับสิทธิ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป จะเริ่มได้รับเงินในเดือนที่ยื่นขอรับสิทธิ จะไม่สามารถรับเงินย้อนหลังถึงเดือนที่เด็กเกิดได้

    เตรียม 8 เอกสารสำคัญไว้ ได้เงินแน่

    เอกสารประกอบการลงทะเบียน ประกอบด้วย

    1. แบบคำร้องขอลงทะเบียน ดร.01
    2. แบบรับรองสถานะของครัวเรือน ดร.02
    3. บัตรประจําตัวประชาชนของผู้ปกครอง
    4. สูติบัตรเด็กแรกเกิด
    5. สมุดบัญชีเงินฝาก หรือหมายเลขพร้อมเพย์ (เลขบัตรประชาชน) ที่จะใช้รับเงิน
      • บัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย
      • บัญชีเงินฝากเผื่อเรียกธนาคารออมสิน
      • บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    6. สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก
      • เฉพาะหน้าที่ 1 ที่มีชื่อของหญิงตั้งครรภ์ (กรณีที่สมุดสูญหาย ให้ใช้เฉพาะสําเนาหน้าที่ 1 พร้อมให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบันทึกข้อมูลและรับรองสําเนา)
    7. กรณีเป็นลูกจ้างประจำของหน่วยงานรัฐและเอกชน ต้องมีสลิปเงินเดือน หรือเอกสารหลักฐานที่นายจ้างลงนาม
    8. สําเนาเอกสาร หรือบัตรข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเอกสารอื่นใดที่ผู้รับรองใช้แสดงตน (เพื่อใช้ยืนยันรายได้)
      • ผู้รับรองคนที่ 1 (อาสาสมัครสาธารณสุข/ ประธานชุมชน/กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน)
      • ผู้รับรองคนที่ 2 (ผู้อำนวยการเขต/ ปลัดเมืองพัทยา หรือข้าราชการที่ปลัดเมืองพัทยามอบหมาย/ ปลัดเทศบาลหรือข้าราชการที่ปลัดเทศบาลมอบหมาย)

    ใช้เอกสารอย่างละ 1 ฉบับ และรับรองสำเนาถูกต้องให้ครบ แต่หนังสือรับรองเงินเดือนต้องใช้ฉบับจริงเท่านั้น

    ลงทะเบียนได้ที่ไหน

    หลังจากผู้ปกครองเตรียมเอกสารลงทะเบียนพร้อมรับรองสำเนาครบถ้วนแล้ว ให้นำเอกสารไปยื่นลงทะเบียนได้ที่พื้นที่ที่เด็กแรกเกิดและผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง ดังนี้
    • กรุงเทพมหานคร : ลงทะเบียนที่สํานักงานเขต
    • เมืองพัทยา : ลงทะเบียนที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา
    • ส่วนภูมิภาค : ลงทะเบียนที่องค์การบริหารส่วนตําบล หรือเทศบาล
    วิธีการลงทะเบียนเเบ่งเป็น 2 กรณี คือ
    เคยลงทะเบียนแล้ว
    ยังไม่เคยลงทะเบียน
    กรณีเคยลงทะเบียนไว้แล้วไม่จำเป็นต้องมาลงทะเบียนใหม่ เพราะจะได้รับโอนเงินต่อเนื่องจนบุตรมีอายุ 6 ปี บริบูรณ์ กรณีที่ยังไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน หรือเพิ่งคลอดบุตร หากเช็กคุณสมบัติแล้วว่าผ่านทุกข้อ ก็สามารถไปลงทะเบียน ตามสถานที่รับลงทะเบียนที่เปิดรับได้เลย

    ขั้นตอนการลงทะเบียน ทำอย่างไร

    หลังจากลงทะเบียนแล้ว ก็ต้องอดใจรอฟังผลกันอีกหน่อย เพราะการที่จะได้รับสิทธินั้นต้องผ่านการพิจารณาจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการลงทะเบียนจะมี ดังนี้่
    1. ผู้ปกครอง ยื่นเอกสารการลงทะเบียนขอรับสิทธิเงินอุดหนุน ณ หน่วยงานใกล้บ้าน
    2. หน่วยงานรับลงทะเบียนตรวจสอบเอกสาร
    3. หน่วยงานรับลงทะเบียนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ 15 วัน
    4. หากไม่มีผู้คัดค้าน เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลเข้าระบบ
    5. กรมกิจการเด็กและเยาวชนประมวลผลรายชื่อผู้มีสิทธิและส่งให้กรมบัญชีกลาง
    6. กรมบัญชีกลางส่งรายชื่อผู้มีสิทธิให้กรมการปกครองเพื่อตรวจสอบสถานะรายบุคคล
    7. กรมบัญชีกลางโอนเงินเข้าบัญชีให้ผู้มีสิทธิ (ปัจจุบันโอนเงินผ่านพร้อมเพย์)
    8. กระทรวงสาธารณสุขติดตามประเมินผลพัฒนาการเด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนฯ

    ได้ หรือ ไม่ได้? ตรวจสอบสิทธิอย่างไร

    ผู้ปกครองที่ลงทะเบียนไป สามารถเข้าไปตรวจสอบผลการยื่นผ่านระบบตรวจสอบสิทธิด้วยตนเอง (Self Service) ซึ่งทำได้ผ่านทางเว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือ ผ่านทาง แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”

    ผ่านเว็บไซต์
    ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
    ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ ผ่านเว็บไซต์
    1. เข้าเว็บไซต์
    2. ระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้ลงทะเบียน
    3. ระบุเลขประจำตัวประชาชนของเด็ก
    4. กรอกหัสยืนยันรูปภาพ
    5. กดค้นหาข้อมูล
    6. หน้าจอจะแสดงผลการตรวจสอบ 3 กรณี ดังนี้
      1. ได้รับสิทธิ
      2. ไม่พบสิทธิ
      3. ขึ้นตัวอักษร E ซึ่งหมายความว่าเกิดปัญหาในการลงทะเบียน และต้องแก้ไขก่อนขอรับสิทธิ โดยติดต่อกับ พมจ. หรือ กรมกิจการเด็กและเยาวชน แต่หากขึ้นสถานะ EX (รอการจ่ายเงิน) ไม่ต้องกังวลใด ๆ รอรับเงินได้เลย
    ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ ผ่านแอปฯ “ทางรัฐ”
    1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
    2. สแกนบัตรประชาชนเพื่อทำการลงทะเบียน
    3. สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน
    4. ระบุบัญชีผู้ใช้ และรหัสผ่าน
    5. หลังลงทะเบียนเสร็จสิ้น จะเห็นหัวข้อ “สิทธิประโยชน์/สวัสดิการ” จากนั้นกดเข้าไปที่ “เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด” เพื่อตรวจสอบข้อมูลได้เลยทันที แต่สามารถตรวจสอบได้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนเท่านั้น

    เช็กเงินเข้าอย่างไร

    สามารถตรวจสอบว่ามีเงินเข้าในบัญชีได้โดย 3 วิธี คือ

    • ตรวจสอบจากบัญชีที่ใช้ในการรับเงินอุดหนุนฯ
    • ตรวจสอบจากการนำสมุดบัญชีธนาคารไปปรับที่ธนาคาร
    • ตรวจสอบจากระบบตรวจสอบสิทธิ ของโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

    หลังจากที่ได้อ่านรายละเอียดของเงินอุดหนุนไปแล้ว หากผู้ปกครองท่านใดที่รู้ตัวว่าคุณสมบัติผ่านครบถ้วนตามที่กำหนด ก็อย่ารอช้า รีบเตรียมเอกสารให้ครบ แล้วไปลงทะเบียนกันได้แล้ววันนี้ หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวง พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ @csgcallcenter เว็บไซต์ และอีเมล รู้ไว้จะได้ไม่พลาด 600 บาท

    Link ที่เกี่ยวข้อง

    คุณให้คะแนนบทความนี้เท่าไหร่

    Sending

    ขอบคุณสำหรับคะแนน
    ต้องการแนะนำเพิ่มเติมหรือไม่ ?

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ

    แชร์ข้อมูลหรือคำแนะนำเพิ่มเติม ?

    ความเห็นของคุณสำคัญกับเรา เพื่อปรับปรุงคุณภาพบทความ ให้มีประโยชน์กับทุกๆคนมากขึ้น
    Sending

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
      เปิดใช้งานตลอด

      คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สพร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สพร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

    • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

      คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สพร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ สพร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สพร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ สพร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

    • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

      คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สพร. จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

    • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

      คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ สพร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ สพร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

    บันทึกการตั้งค่า